คุยกับยุพินในไลน์ ไม่ต้องโหลดแอป
คุณจำได้อยู่แล้ว แค่บางทีจำผิด
(อิงข้อมูลสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข — ดูวิธีคำนวณ)
จะดูก่อนก็ได้ว่าในไลน์หน้าตาเป็นยังไง อาไม่ได้ปิดบัง 👀
ขอดูหน่อย
พิมพ์สั้นๆ ก็พอ ไม่รู้วันหมดอายุก็ข้ามได้ เติมทีหลังได้ตลอด · ทุกวิธีจบที่การ์ดยืนยันหน้าเดียวกันหมด
นม 27/8/68
ไม่มีขั้นตอนสมัคร ไม่มีแบบฟอร์มให้กรอก ทั้งหมดเกิดในแชทไลน์ที่คุณใช้อยู่แล้ว
เลื่อนลงเพื่อดูทีละขั้น
ปุ่มพวกนี้อยู่ใต้ช่องพิมพ์ตลอดเวลา เปิดแชทยุพินเมื่อไหร่ก็เจอ
ช่องใหญ่คือสิ่งที่ทำบ่อยที่สุด · ปุ่มเล็กคือสิ่งที่ถามบ่อยที่สุด — ไม่มีปุ่มไหนพาออกจากไลน์
ถามเรื่องเงินตรงๆ ดี อาชอบคนไม่อ้อม 💸
แล้วเท่าไหร่ล่ะ
ของที่ไม่มีต้นทุนต่อคน ยุพินแจกไม่จำกัด ส่วนที่ต้องจ่ายค่าส่งข้อความหรือค่าอ่านรูป ถึงคิดเงิน
ยุพินไม่ใส่ตัวเลขที่อ้างอิงแหล่งไม่ได้ ทุกตัวบนหน้านี้ตรวจสอบได้
| อาหาร | 10.1 ล้านตัน/ปี สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (2567) · เกือบ 1 ใน 3 ของขยะทั้งประเทศ |
| ต่อคน | 86 กก./คน/ปี — ค่าเฉลี่ยโลก 79 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (2567) อ้างอิง UNEP Food Waste Index 2024 เท่ากับ 236 กรัม/คน/วัน (86 ÷ 365) |
| ยา | 2,350 ล้านบาท/ปี ณธร ชัยญาคุณาพฤกษ์ และคณะ, สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (2555) คิดเป็น 1.75% ของมูลค่าการบริโภคยาในประเทศ |
| วิธีคิด | เอาตัวเลขทั้งปีหารด้วยวินาทีในหนึ่งปี แล้วคูณด้วยเวลาที่ผ่านไปตั้งแต่ 1 ม.ค.10,100,000,000 กก. ÷ 31,536,000 วิ = 320 กก./วิ2,350,000,000 บาท ÷ 31,536,000 วิ = 74.5 บาท/วิ |
⧗ เป็นค่าประมาณจากค่าเฉลี่ยรายปี ไม่ใช่การวัดสด — เหมือนนาฬิกาประชากรโลก
“ยาเหลือใช้” ไม่ใช่ “ยาหมดอายุ” ทั้งหมด — รวมยาที่คนได้มาแล้วไม่ได้กินตามหมอสั่งด้วย (สภาเภสัชกรรม 2553 พบว่าผู้ป่วย 90% ไม่ได้กินยาตามสั่ง)
ตัวเลขอาหารเป็น “ขยะอาหารรวม” ไม่ได้แยกว่ามาจากของหมดอายุอย่างเดียว — รวมเศษเหลือจานและส่วนที่กินไม่ได้ด้วย
ทำไมอาหารเป็นตัน แต่ยาเป็นบาท? เพราะไม่มีแหล่งไทยไหนเผยแพร่มูลค่าขยะอาหารเป็นบาท (ค้น TDRI · สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย · ศูนย์วิจัยกสิกรไทย · กรมควบคุมมลพิษ แล้ว) ถ้าแปลงเองต้องเดาราคาอาหารเฉลี่ยต่อกิโล ซึ่งก็คือแต่งตัวเลข ยุพินเลยไม่แปลง
“2,000 บาทต่อคนต่อปี” คิดมาจากอะไร
86 กก. × 40% ที่ยังกินได้ = 34.4 กก. → 34.4 × 60 บาท ≈ 2,064 บาท
ตัวเลข 40% มาจาก TDRI และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย — ขยะอาหาร 40% ยังกินได้
อีก 60% คือเปลือก ก้าง กระดูก ที่ยังไงก็ต้องทิ้ง
⚠️ ส่วน “กิโลละ 60 บาท” เป็นตัวเลขตั้งต้นคร่าวๆ ที่ยุพินเลือกเอง ไม่ใช่ตัวเลขทางการ —
ไม่มีหน่วยงานไทยไหนเผยแพร่ราคาอาหารเฉลี่ยต่อกิโลกรัม (ค้นแล้ว)
เทียบเคียงจากราคาขายปลีกกรมการค้าภายใน: หมูเนื้อแดง 130–150 บาท/กก. · ไข่ไก่ราว 80 บาท/กก. ·
ข้าวสารและผักถูกกว่านั้นมาก
ถ้าคุณคิดว่าราคาควรเป็นเท่าไหร่ คูณเองได้เลย — เราแสดงสูตรไว้ให้แล้ว
ตัวเลข “คนละ ___ กก.” บนหน้าแรกคิดยังไง
86 กก./คน/ปี × (จำนวนวันที่ผ่านไป ÷ 365) — ขยับขึ้นทุก 10 วินาทีเหมือนเลขหลักล้าน
ไม่ต้องใช้จำนวนครัวเรือน เพราะตัวตั้งเป็นตัวเลขต่อคนอยู่แล้ว
(จำนวนครัวเรือนไทยหาไม่ได้ สำมะโนล่าสุดคือปี 2553)
“คนละ 2,292 บาท” มาจากไหน
การสำรวจปริมาณและมูลค่ายาเหลือใช้ในผู้ป่วยนอก ภาควิชาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช
ผู้ป่วย 82 คน · 74.4% (61 คน) มียาเหลือใช้ · มูลค่ารวม 187,950.55 บาท
187,950.55 ÷ 82 คน = 2,292 บาท ← ตัวเลขที่เราใช้
“อย่างน้อยคนละ 206 เม็ด” มาจากตารางนับเม็ดยาในงานเดียวกัน
10 กลุ่มยาที่เหลือมากที่สุด: ยาความดัน 5,858 · ยาเบาหวาน 2,843 · วิตามิน/เกลือแร่ 2,108 ·
ยาแก้ปวด 1,812 · ยาไทรอยด์ 1,062 · ยาทางเดินอาหาร 1,034 · ยาลดไขมัน 733 ·
ยาต้านเกล็ดเลือด 552 · ยาระบบประสาท 473 · ยากระดูก 432
รวม 16,907 เม็ด ÷ 82 คน = 206 เม็ด
⚠️ เขียนว่า “อย่างน้อย” เพราะ 16,907 คือแค่ 10 กลุ่มแรก งานวิจัยยังมีกลุ่มยาอื่นอีก
ของจริงมากกว่านี้
ทำไมไม่ใช้ 3,081 บาทที่งานวิจัยรายงาน?
เพราะ 187,950.55 ÷ 61 คน = 3,081 บาท คือค่าเฉลี่ยเฉพาะคนที่มียาเหลือ
ถ้าเอามาใช้ต้องพ่วงคำว่า “74% ของผู้ป่วย” ทุกครั้ง ไม่งั้นเข้าใจผิด
เราเลยหารด้วย 82 คนทั้งหมด — คน 21 คนที่ใช้ยาหมดถูกนับเป็น 0 อยู่ในค่าเฉลี่ยแล้ว
ได้ตัวเลขที่ต่ำกว่าแต่อ่านได้เลยโดยไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่ม
งานที่ วชิรพยาบาล (ผู้ป่วย 1,092 ราย) ได้ 3,141 บาท/ราย — คนละที่ เลขใกล้กันมาก
⚠️ ขอบเขต: เป็นผู้ป่วยนอกที่ไปโรงพยาบาล ไม่ใช่คนไทยทุกคน
คนที่ไม่ค่อยได้ยาจากโรงพยาบาลย่อมมียาค้างน้อยกว่านี้
เราจึงเขียนว่า “ผู้ป่วยนอก” ไม่ใช่ “คนไทย”
ทำไมไม่เอา 2,350 ล้านบาท มาหารประชากรตรงๆ
หารแล้วได้ราว 36 บาท/คน/ปี แต่ตัวเลขนั้นคือ “การสูญเสียทางการคลัง” ที่รัฐรับภาระ
ไม่ใช่เงินที่ครัวเรือนควักจ่ายเอง เอามาหารต่อคนแล้วเรียกว่า “เงินของคุณ”
คือใช้ตัวเลขผิดความหมาย ยุพินเลยใช้ตัวเลขจากงานวิจัยที่วัดยาในบ้านคนจริงแทน
ตัวเลขผู้ใช้ของยุพินยังไม่มี เพราะยังไม่เปิดตัว — จะขึ้นแทนที่ตรงนี้เมื่อมีคนใช้จริง
อายุพิน คือญาติคนหนึ่งที่จำได้ว่าบ้านคุณมีอะไรอยู่ เหลือเท่าไหร่ และจะหมดอายุเมื่อไหร่ · อยู่ในไลน์ที่คุณใช้อยู่แล้ว คุยด้วยเหมือนคุยกับคนทั่วไป ไม่ต้องโหลดแอปอะไรเพิ่ม
มาจาก อายุ (วันหมดอายุ) บวก pin (ปักหมุด) = อายุพิน
พอเรียกออกมา มันอ่านได้อีกทางว่า อา ยุพิน คือคำเรียกญาติบวกชื่อคน คำนำหน้าฝังอยู่ในชื่อตั้งแต่แรก ไม่ต้องเติม
เรียกกันไปเรียกกันมาก็เหลือสั้นๆ ว่า ยุพิน
ไม่ต้อง ยุพินอยู่ในไลน์ที่คุณใช้อยู่แล้ว กดเพิ่มเพื่อนแล้วเริ่มพิมพ์ได้เลย ไม่ต้องสมัคร ไม่ต้องกรอกอีเมล
ไม่ต้อง จดเฉพาะของที่เคยลืมจนต้องทิ้ง หรือของที่เคยซื้อซ้ำทั้งที่มีอยู่แล้ว · ขวดน้ำเปล่ากับของที่เห็นอยู่ทนโท่ ไม่ต้องเสียเวลาจด
ถ้ามีของไม่กี่ชิ้น โน้ตกับปฏิทินก็พอจริงๆ ยุพินไม่เถียง
ที่ต่างคือตอนของเยอะ — ปฏิทินตั้งเตือนได้ทีละชิ้น ต้องกรอกเองทุกครั้ง และเตือนแล้วก็จบไป
มันไม่รู้ว่าคุณมีของอยู่กี่ชิ้น ไม่รู้ว่าชิ้นไหนซ้ำกัน และตอบไม่ได้ว่า “ตอนนี้อะไรใกล้หมดบ้าง”
ยุพินเก็บของทั้งบ้านไว้ที่เดียว ถามเมื่อไหร่ก็ตอบได้ และทักก่อนของหมดอายุ
โดยที่คุณไม่ต้องไปตั้งอะไรเพิ่มทีละชิ้น
ยุพินทักเป็นก้อนเดียว ไม่ทักทีละชิ้น และทักเฉพาะวันที่คุณบอกไว้ว่าปกติไปซื้อของ · ถ้าวันไหนไม่สะดวก ตอบว่า “ไม่ใช่วันนี้” ยุพินจะเลื่อนให้เอง
ฝั่งยุพิน: เก็บแค่ชุดล่าสุดของแต่ละตู้ ถ่ายใหม่เมื่อไหร่ก็ทับของเก่าทิ้ง ไม่มีคลังภาพย้อนหลัง · ลบทีละใบได้ทุกเมื่อ และตู้ยาจะไม่เก็บรูปให้โดยอัตโนมัติ
แต่ต้องบอกให้ครบ: ยุพินอยู่บนไลน์ ข้อความและรูปทุกใบจึงวิ่งผ่าน LINE
ซึ่ง LY Corporation เก็บและใช้ได้ตามข้อตกลงของเขา รวมถึงเพื่อแสดงโฆษณา —
เป็นเงื่อนไขที่ทุกบัญชีทางการบนไลน์ต้องรับ ไม่ใช่ข้อพิเศษของยุพิน
เราบอกไว้ตรงนี้เพราะคุณควรรู้ก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่รู้ทีหลัง เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวมากกว่าปกติ
ไม่ได้ และยุพินจะไม่ทำ · ยุพินนับของให้อย่างเดียว · บอกได้ว่าเหลือกี่เม็ดและหมดอายุเมื่อไหร่ แต่เรื่องกินยาให้ถามเภสัชกรหรือหมอ
เริ่มจากตู้เดียว ของชิ้นเดียว ใช้เวลาไม่ถึง 5 วินาที
เพิ่มเพื่อน